ศัลยกรรมเกาหลี
ภาษาไทย English Vietnam

เรามีแพทย์เฉพาะทางให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน ของการเดินทางไปทัวร์ศัลยกรรมเกาหลี

1. พูดคุยสอบถาม

เตรียมความพร้อมตัวเองก่อนไปเกาหลี เข้ารับคำปรึกษาที่ office ของเรา เพื่อพบกับแพทย์เฉพาะทางที่ผ่านการรับรองโดยแพทยสภา

1.
ออกนอกประเทศ ความปลอดภัยสำคัญที่สุด
1) ความปลอดภัยของร่างกาย
            ประเทศเกาหลีนั้นขับรถทางด้านขวา แต่เพราะที่เกาหลีขับรถกันเร็วมาก เวลาที่เดินต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ เวลาข้ามถนนโปรดมองสัญญาณไฟคนข้าม รอให้ไฟเขียวสว่างก่อนแล้วจึงค่อยข้าม อีกทั้งต้องรวดเร็ว มิฉะนั้นกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ความรับผิดชอบจะตกอยู่กับคนเดิน เวลาที่จะ นั่งรถหรือลงเรือโปรดระวังขั้นบันได  เพื่อไม่ให้เคล็ดขัดยอกหรือเป็นอันตรายต่อร่างกาย  และเมื่อออกไปไหนก็ควรจะพกนามบัตรที่พักหรือโรงแรมเอาไว้ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินใดจะได้ติดต่อคนมาช่วยเหลือได้

2) ความปลอดภัยของทรัพย์สิน
            เมื่อทำกิจกรรมข้างนอก เงินและทัพย์สินมีค่าต้องพกติดตัวไว้ แม้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของเกาหลีค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เวลาที่ขึ้นเครื่องบินไม่ต้องเอาทรัพย์สินของมีค่าไว้ในกระเป๋าที่จะโหลด เมื่อถึงที่พักก็ควรเก็บไว้กับตัวตลอดเวลาหรือไว้ที่ล็อกเกอร์ภายในที่พัก

3) ความปลอดภัยของเอกสาร
             พาสปอร์ตเป็นเอกสารเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นหลักฐานทางกฏหมาย การที่พาสปอร์ตสูญหายถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ขั้นตอนการทำใหม่ต้องเสียแรงเสียเวลา ทั้งยังจะกระทบกับการเดินทางทั้งหด ดังนั้นพาสปอร์ตจึงควรต้องพกติดตัวไว้ด้วยเช่นกัน

2. เตรียมยาไปเองด้วย มีไว้ไม่เสียหาย
เพื่อป้องกันอาการไม่สบายจากสภาพอากาศ ควรเตรียมยาสามัญประจำบ้านไปด้วย เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด พลาสเตอร์เป็นต้น

3. เตรียมเสื้อผ้าตามโอกาส ตามฤดูกาล
            ว่ากันว่า “ออกจากบ้านให้ดูฟ้า” ก่อนจะออกจากบ้านต้องเข้าใจสภาพอากาศนอกบ้านเพื่อเตรียมเสื้อผ้าได้เหมาะสม ที่เกาหลี ตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค.อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 0 องศาเซลเซียส ส่วนเดือนเม.ย.-มิ.ย.อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ระหว่าง 10-20 องศาเซลเซียส

4. ระวังเรื่องอาหารการกิน    
            เพราะโดยหลักแล้วคือไปเกาหลีเพื่อศัลยกรรม อาหารการกินยิ่งต้องใส่ใจ ไม่ทานอาหารรสจัดและน้ำมันเยอะ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ทานอาหารที่ช่วยบำรุงให้มาก นอกจากนี้ คนเกาหลีไม่นิยมทานเนื้อแพะ

5. รู้จักโรงแรม หลีกเลี่ยงการผิดพลาด
1) แรงดันไฟฟ้าของเกาหลีอยู่ที่ 220 โวลท์  ใช้เต้าเสียบแบบกลม สามารถหาซื้อได้ทั้งในประเทศและที่เกาหลี
2) โรงแรมบางแห่งมีเพียงอินเตอร์เน็ตแบบมีสาย บางแห่งมีWifi  จำเป็นต้องจ่ายแยกต่างหาก แต่ละวันค่าใช้จ่ายประมาณ 200-240บาท
3) หากคุณค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนตัว สามารถพกมีดโกน อุปกรณ์อาบน้ำส่วนตัวไปได้

6. วิธีใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ
            ให้กด 001 หรือ 002 (รหัสโทรทางไกล) แล้วจึงกดรหัสประเทศปลายทาง (ประเทศไทย ----66) ตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์

7. รู้เรื่องเงินทอง
            อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ   1 บาท = 32.8549 วอน  หลังจากถึงที่เกาหลีแล้วสามารถไปแลกได้ที่ธนาคาร โปรดคำนวณให้ดีและที่เกาหลีไม่มีเงินปลอม     
  
8. อื่นๆ
1) เวลา: เวลาของเกาหลีเร็วกว่าที่ไทย 2 ชั่วโมง
2) ภาษา: ใช้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาหลัก ส่วนภาษาอังกฤษไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักในประเทศเกาหลี


2. การทำพาสปอร์ต

หนังสือเดินทางธรรมดา
เอกสารการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลบรรลุนิติภาวะ
- บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ บัตรข้าราชการ หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับจริง (ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย)
- หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย
- ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ขั้นตอนการยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่

1. รับบัตรคิว
2. ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก (หากไม่มีเลข 13 หลัก ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง) พร้อมเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่จำเป็น อาทิ หากเปลี่ยนชื่อสกุล ต้องมีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะเบียนสมรส ฯลฯ มาแสดง เพื่อตรวจสอบข้อมูล
- ข้อมูลชีวภาพ (วัดส่วนสูง เก็บลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วชี้ซ้ายและนิ้วชี้ขวาด้วยเครื่องสแกนเนอร์ และถ่ายรูปใบหน้า )
- แจ้งความประสงค์หากต้องการขอรับเล่มทางไปรษณีย์

3. ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท (และค่าส่งไปรษณีย์ 40 บาทหากประสงค์ให้จัดส่งทางไปรษณีย์) รับใบเสร็จรับเงิน และรับใบนัดรับเล่ม
ท่านจะได้รับหนังสือเดินทาง ดังนี้

            หากยื่นที่กรมการกงสุล ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
หากยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้าและบางนา) ผู้ร้องจะได้รับเล่มภายใน 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัดและขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ผู้ร้อง (ในเขตเมือง) จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ
โดยที่กระทรวงฯ ได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จำลองเพื่อผู้ร้องสามารถทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยอัตโนมัติไว้ 1 เครื่อง ที่กรมการกงสุล ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มารับเล่มด้วยตนเอง

            เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคยกับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
ในกรณีจำเป็น สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนหรือให้จัดส่งทางไปรษณีย์ (EMS)
อ้างอิงจาก  http://www.consular.go.th/



3. การยื่นขอวีซ่า

ปัจจุบันสำหรับคนไทย ท่านสามารถเดินทางมาที่เกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใดๆ และสามารถท่องเที่ยวได้ภายในระยะเวลา 90 วัน ซึ่งท่านจะต้องมี

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • เงิน
  • ใบยืนยันการจองที่พัก
  • แผนการท่องเที่ยว
  • ที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่สามารถติดต่อได้ในเกาหลี

ทั้งนี้เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในวันที่เดินทางมาถึง



4. บินสู่เกาหลี

            แนะนำสนามบินอินชอน ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน (ฮังกึล, ฮันจา) ตั้งอยู่ที่เกาะยางจอง เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซล โดยรองรับการเป็นท่าอากาศยานหลักของเกาหลีใต้ และสายการบินแห่งชาติอย่างโกเรียนแอร์ รวมทั้งเอเชียน่าแอร์ไลน์ และคาร์โก360 แทนที่ท่าอากาศยานกิมโป (เดิมคือท่าอากาศยานนานาชาติกิโป) นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 เป็นต้นมา อินชอนยังได้รับการยอมรับจากสกายแทร็ก ว่าเป็นท่าอากาศยานระดับ 5 ดาว ร่วมกันกับชางงีของสิงคโปร์ และฮ่องกงของจีน สายการบินและจุดหมายปลายทางท่าอากาศยานแห่งนี้มีสายการบินให้บริการมากกว่า 69 สาย โดยสายการบินที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดคือ โกเรียนแอร์ ตามมาด้วยเอเชียนาแอร์ไลน์

การเตรียมงานที่เกาหลีก่อนการทำศัลยกรรม

            การจะไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีจำเป็นจะต้องเตรียมอะไรบ้าง?

1. ก่อนบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี จำเป็นต้องติดต่อโรงพยาบาลศัลยกรรมที่เหมาะสมก่อน ผู้ที่รักในความงามจำนวนมากต่างพุ่งตรงไปทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลเลย ดังนั้นก่อนจะไปศัลยกรรมที่เกาหลีต้องติดต่อกับโรงพยาบาลที่เหมาะสมก่อน เวลาที่เลือกโรงพยาบาลก็ต้องพิจารณาให้ดี คุณภาพของโรงพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลและอุปกรณ์ของโรงพยาบาลเป็นต้น

2. ก่อนบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี จำเป็นต้องนัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อน ผู้รักในความงามมากมายนับวันยิ่งไปเกาหลีทำศัลยกรรม โดยเฉพาะช่วงโกลเด้นวีค ซึ่งเป็นฤดูอุตสาหกรรมการศัลยกรรมของเกาหลีเลยทีเดียว จึงค่อนข้างยากต่อการนัดหมายผู้เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นจึงต้องแนะนำว่า ก่อนบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี จำเป็นต้องนัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อน

3. ก่อนบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี จำเป็นต้องสำรองที่พักไว้ให้เรียบร้อยก่อน โดยทั่วไปโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีการทำศัลยกรรมค่อนข้างมากจะตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง เมื่อถึงฤดูท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไม่ก็ผู้ที่จะมาศัลยกรรมก็จะค่อนข้างเยอะ เพื่อให้มีที่พักที่สามารถพักผ่อนได้อย่างสงบทั้งก่อนและหลังผ่าตัด ก่อนบินไปศัลยกรรมที่เกาหลีจึงจำเป็นต้องสำรองที่พักไว้ให้เรียบร้อยก่อน


5. ล่ามติดตาม

ฉันสามารถเลือกล่ามได้หรือไม่
            ตอนนี้หลายคนเลือกที่จะไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี  เห็นได้ว่าเป็นเพราะเทคโนโลยีศัลยกรรมของเกาหลี หารู้ไม่ว่าจะเลือกล่ามเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมมาร่วมมือนั้นแทบไม่ได้เลย ล่ามศัลยกรรมของเกาหลีนั้นไม่เพียงแต่จะต้องแปลข้อมูลทั้งหมดให้คุณอย่างครบถ้วน ล่ามที่ดียังจะต้องใช้ทัศนคติของลูกค้าในการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามก่อนผ่าตัดหรือการติดตามผลหลังผ่าตัด ล้วนขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของล่าม

            ตอนนี้มีล่ามจำนวนมากที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนนอกจำนวนมากที่ถือเป็นการทำงานพิเศษ สำหรับคนเหล่านี้จะมีหลักประกันสักเท่าไร? แม้ว่าจะเป็นบริการแบบ1 ต่อ 1 แต่หากขาดทีมศัลยกรรม ให้บริการเสร็จเรียบร้อยก็อาจจะจากไปเลย ไม่ได้รับรองกับลูกค้าที่มาศัลยกรรมถึงสภาพใดๆภายหลังผ่าตัด
โดยเฉพาะสำหรับเพื่อนๆ ที่มาทำศัลยกรรมที่เกาหลีครั้งแรก

            การเลือกล่ามที่ที่มีความเชี่ยวชาญและมีหลักประกันมั่นคงเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่ง ขั้นแรกคือเริ่มต้นสอบถามกับทางเกาหลี นอกจากนี้ยังต้องมีผลลัพธ์หลังผ่าตัดที่คิดไว้ ดังนั้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลศัลยกรรมเกาหลีจึงแนะนำว่า ควรจะเลือกเอเจนซี่ที่ให้บริการล่ามด้วย เช่นนี้จึงจะสามารถหลีกเลี่ยงข้อบกพร่องที่มาจากการหาล่ามเอง สามารถได้รับการรับประกันจากทางบริษัท ถึงแม้เมื่อพบปัญหาภายหลังผ่าตัดและหาล่ามไม่ได้ ก็ยังมีเอเจนซี่อยู่ และมีหลักประกันที่เชื่อถือได้

            ผลลัพธ์ในอุดมคติภายหลังผ่าตัดของการศัลยกรรมความงามที่เกาหลีนั้นหนีไม่พ้นการเลือกโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน หาศัลยแพทย์มืออาชีพได้ และยังหนีไม่พ้นล่ามติดตามที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งล่ามนั้น ไม่เพียงแต่สอบถามกับโรงพยาบาลที่เราอยากสอบถาม ยังสามารถแปลการให้คำปรึกษาของแพทย์ ในการให้บริการแต่ละทริป พวกเราไม่ต้องเสียแรงมากจนเกินไปก็สามารถทำให้การเดินทางไปศัลยกรรมที่เกาหลีสำเร็จลุล่วง ตั้งแต่สนามบิน นัดหมายกับโรงพยาบาล ให้คำปรึกษา ติดตามเป็นเพื่อนตลอดการผ่าตัด ดูแลหลังผ่าตัด ช็อปปิ้ง ส่งขึ้นเครื่องกลับ ติดตามผลหลังผ่าตัดจนกระทั่งเสร็จทุกขั้นตอน


6. การเข้าพักที่โรงแรม


คู่มือโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว
            เรื่องการจองที่พักเมื่อไปถึงเกาหลีเป็นปัญหาใหญ่ข้อหนึ่ง คุณเข้าใจโรงแรมของเกาหลีหรือไม่? เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาหลี

1. ระดับโรงแรมของเกาหลี
โรงแรม 5 ดาว

โรงแรม 4 ดาว

โรงแรม 3 ดาว
โรงแรม 2 ดาว
Residence HOTEL
MOTEL: โมเต็ล ไม่มีระดับดาวที่เป็นมาตรฐาน  ส่วนมากเป็นโรงแรมม่านรูด ไม่แนะนำให้ชาวต่างชาติอยู่

2. ข้อกำหนดเรื่องเวลาเช็คอินและเช็คเอ้าท์ของโรงแรม
            โดยปกติเวลาเช็คอินของโรงแรมที่เกาหลีคือหลัง 14.00 น. เวลาเช็คเอ้าท์คือ 12.00 ในสถานการณืพิเศษสามารถเช็คอินก่อนหรือเช็คเอ้าท์สายได้ แต่ค่าห้องพักอาจจะถูกเรียกเก็บแยกต่างหาก


7. เลือกโรงพยาบาล

มาตรฐาน 6 ข้อในการเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรม

            ทุกวันนี้การศัลยกรรมเพื่อความงามกลายเป็นเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งไปแล้ว ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลศัลยกรรม ศัลยแพทย์ก็เริ่มกระจายตัวไปทั่ว จนมีมากเกินไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นจะเลือกโรงพยาบาลอย่างไรจึงจะสามารถรับประกันความปลอดภัยในการผ่าตัดและผลลัพธ์ที่ได้กันล่ะ?

เมื่อจะเลือกโรงพยาบาล จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้

1. ดูคุณภาพของโรงพยาบาล
             มาตรฐานด้านอนามัยของโรงพยาบาลศัลยกรรมสามารถแบ่งได้ตั้งแต่ระดับสูงจนถึงต่ำ : โรงพยาบาลศัลยกรรมเพื่อความงาม, คลินิคผู้ป่วยภายนอก, คลินิค (แผนก) ระดับยิ่งสูง มาตรฐานยิ่งเคร่งครัด


2. ดูเรื่องเทคโนโลยี ความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ (สิ่งสำคัญ)
            ตรวจสอบว่าศัลแพทย์มี “ใบรับรองคุณวุฒิ” และ ”ใบประกอบวิชาชีพแพทย์” หรือไม่ ซึ่งนอกจากมีใบอนุญาต ซึ่งแสดงเลขที่ใบอนุญาตจากแพทยสภาแล้ว ศัลยแพทย์จะมีใบประกาศวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตร แสดงให้ทราบว่า เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านใด  เช่น ศัลยแพทย์ตกแต่ง จะมีใบอนุมัติบัตรจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศนั้นๆ อีกทั้งต้องดูด้วยว่าแพทย์นั้นมีประสบการณ์มากพอควรหรือไม่ ไม่ควรหลงอย่างหน้ามืดตามัวไปกับความที่เป็นแพทย์ต่างประเทศ และไม่ต้องงมงายกับพวก”อาจารย์””ศาสตราจารย์”จนเกินไป

3. ดูอุปกรณ์ในการผ่าตัด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกของโรงพยาบาล
            โรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางตามเกณฑ์นั้นจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของประเทศต่อโครงสร้างการรักษา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการทำการผ่าตัดทุกครั้งถูกทำความสะอาดด้วยวิธีการแบบลามินาร์ตามมาตรฐาน วัสดุทางการแพทย์ที่ใช้มีหนังสือใบรับรอง ได้รับการการันตีคุณภาพ อุปกรณ์ของแท้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการศัลยกรรมและผลลัพธ์ที่ได้มาด้วย

4. ดูตัวอย่างกรณีศึกษาของการศัลยกรรมพลาสติก
            โรงพยาบาลศัลยกรรมที่เฉพาะทางและเป็นไปตามเกณฑ์ ศัลยแพทย์ที่ช่ำชองและมีประสบการณ์โดยทั่วไปมักจะมีแบบฉบับที่ค่อนข้างเป็นของตัวเอง และมีกรณีศึกษาการศัลยกรรมที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ อีกทั้งถือได้ว่าค่อนข้างเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงอีกด้วย

5. ดูคุณภาพการบริการของโรงพยาบาล
            การศัลยกรรมพลาสติกเป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องทำเป็นไปตามระบบ การบริการก่อนศัล ระหว่างศัล หรือหลังศัลนั้นจะต้องบริการครอบคลุมหรือไม่ จะมีการคุ้มครองแบบระยะยาวหรือไม่ นั้นสำคัญมากต่อตัวเอง สถาบันการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามที่ได้มาตรฐาน ยังจะต้องมีระบบการจัดการที่เป็นไปแนวทางที่รอบครอบและกวดขัน รวมทั้งเป็นไปตามแนวทางวิทยาศาสตร์ จากขนาดของสถาบัน คุณภาพการบริการ ฝีมือเทคนิค ความสามารถในการฟื้นฟูต่อการตอบสนองในทางตรงกันข้าม และมาตรการโต้ตอบ ล้วนจะต้องมีขบวนการการควบคุมและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ

6. ดูราคา
            เนื่องจากโรงพยาบาลศัลยกรรมพลาสติกที่เป็นไปตามเกณฑ์เฉพาะทางจะมีสำนักงานการกำกับสินค้าคอยตรวจสอบ ราคาก็จะเป็นไปตามราคามาตรฐานชัดเจน มีน้อยมากที่ผู้บริโภคจะต่อรองราคา และมีโอกาสน้อยมากที่คลินิกหรือโรงพยาบาลจะมายอมลดราคาให้แก่ท่าน แต่พวกเขาก็จะทำให้ท่านมั่นใจในผลกำไรผ่านช่องทางอื่นๆ ดังนั้นไม่ควรที่จะมองหาราคาที่ถูกเกินไป เพื่อที่หลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่พึงปรารถนาที่จะตามมา ขอเพียงแค่คุณพึงสังเกตจาก 6 ข้อเหล่านี้ และในขณะเดียวกันก็สอบถามเพื่อนรอบข้างที่เคยผ่านการศัลยกรรมมาแล้ว เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรมพลาสติกที่ได้มาตรฐานได้แล้ว


8. นัดหมายแพทย์

มาตรฐานในการเลือกศัลยแพทย์   

เงื่อนไขที่ 1: มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ


            ศัลยแพทย์พลาสติกที่ทำการผ่าตัดท่านใดก็ตามจะมีคุณสมบัติหรือไม่นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ใบรับรองเพียงใบเดียวหรือว่าชื่อเสียงที่โด่งดังเพียงเท่านั้น กระทรวงสาธารณสุขของประเทศได้ระบุบุคคล ผู้ที่จะมาทำการผ่าตัดศัลยกรรมไว้ว่า จะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานการศัลยกรรมพลาสติกเฉพาะทางมาแล้วอย่างน้อย 6 ปีขึ้นไป ในขณะเดียวกันจะต้องผ่านการศึกษาและอบรมเฉพาะทางศัลยกรรม เพื่อความสวยความงามมาอย่าง 1 ปีขึ้นไป ก็พูดได้ว่า การที่จะสามารถเป็นหมอที่มีคุณสมบัตินี้ได้อย่างน้อยควรที่จะมีประสบการณ์ในการทำงาน 7 ปี ซึ่งจะทำให้ฝีมือในการผ่าตัดศัลยกรรมในทางปฏิบัติมีได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ การผ่าตัดที่ซับซ้อนตัวอย่างเช่น การผ่าตัดเต้านม ผ่าตัดลดกราม ผ่าตัดโหนกแก้ม การแก้ไขทั้งจมูก การแก้ไขผ่าตัดทั้งหู การแก้ไขรูปหัวนม การแก้ไขทรงเต้านม เป็นต้น ซึ่งเวลาที่จะเลือกหมอทำการผ่าตัดนั้นจะต้องพึงระวังในข้อนี้ด้วย

เงื่อนไข 2: มีหัวใจที่มีความรับผิดชอบ

            การตอบคำถามของแพทย์ผู้ที่รับผิดชอบต่อผู้บริโภคนั้นจะต้องเป็นไปในพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่พูดโน้มน้าวไปในทิศทางที่มากหรือน้อยจนเกินไป ไม่เล่าเพียงแต่สิ่งที่ดีหรือว่าสิ่งที่แย่เพียงอย่างเดียว อีกทั้งสิ่งที่ควรบอกและไม่ควรบอก เช่น ความเสี่ยงในการผ่าตัด นี่ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบต่อคุณเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นความรับผิดชอบต่อแพทย์ด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่าพูดยกย่องฝีมือตัวเอง และประเมินผู้อื่นต่ำ พูดแต่สิ่งที่ไม่ใช่เนื้อหาสำคัญ หรือพูดรับประกันเต็มร้อย หรือพูดหลีกเลี่ยงต่อความเสี่ยงในการผ่าตัด หรือแพทย์ที่หลอกลวงขู่เข็ญนั้นก็จะต้องระวังตัวให้มากขึ้น

เงื่อนไข 3: ทัศนคติทางสุนทรียะด้านความงามที่ใกล้เคียงกัน

            คนที่มีประสบการณ์การทำศัลยกรรมพลาสติกมักจะบอกว่า ชุดที่แพทย์ศัลยกรรมพลาสติกสวมใส่ที่สะอาดหรือไม่นั้น สามารถสะท้อนจิตสำนึกผู้มีสุนทรียะความงามในด้านการศัลยกรรมพลาสติก รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายและหน้าที่การงานที่จริงจังและมีความรับผิดชอบนั้นหรือไม่ คำพูดเหล่านี้อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป แต่คำพูดเหล่านี้ก็มีเหตุผลในตัวเอง เมื่อพิจารณาถึงฝีมือศัลยแพทย์ที่ทำออกมาให้ตรงใจกับคุณนั้น ก็ควรที่จะเลือกแพทย์ที่เสนอรูปแบบและวิธีศัลยกรรมที่ใกล้เคียงกับคุณมากที่สุด

เงื่อนไข 4: มีการสื่อสารที่ดี

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แพทย์บางคนมีความสามารถแต่ขาดการสื่อสารที่ดี ถึงแม้จะมีฝีมือที่ดี ความคิดที่ยอดเยี่ยม แต่หากขาดการสื่อสารกับคนไข้ หาวิธีที่สื่อสารกับคนไข้ให้เข้าใจวิธีของตนเองไม่ได้อย่างถูกต้องนั้น จะทำให้ก่อนและหลังของรูปแบบการผ่าตัดศัลยกรรมนั้นได้รับผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดโรคภัยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงจะไม่เป็นผลดีต่อคนไข้แล้ว อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างคนไข้และแพทย์เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญภายหลังอาจจะทำให้เกิดเป็นประเด็นการฟ้องร้องได้

เงื่อนไข 5: มีความคิดเห็นและตัวอย่างที่ชัดเจน

            สิ่งที่ควรสังเกตนั้นคือแพทย์มีความอดทนในการฟังคำเรียกร้องหรือความต้องการต่างๆ ของคุณหรือไม่ จากนั้นค่อยฟังรูปแบบการผ่าตัดที่แพทย์วิเคราะห์ให้แก่คุณอย่างละเอียด รูปแบบการผ่าตัดที่ดีควรที่มีทั้งพื้นฐานตามคำเรียกร้องของคุณ และสามารถเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม หมอที่ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง คอยแต่ทำตามรูปแบบของคุณ อาจจะเป็นแพทย์ที่ไม่ใส่ใจในรายละเอียด หรืออาจจะเป็นแพทย์ที่ต้องการเรียกเงินจากคุณก็เป็นได้และอาจจะเป็นแพทย์ที่ไม่มีความรับผิดชอบ
โฆษณาเชิญชวนไปศัลยกรรมในปัจจุบันมีเป็นจำนวนมาก นักวิชาการออกมาพูดถึงเรื่องนี้ก็มีไม่น้อย ทุกทุกวันสามารถเห็นได้จากสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แต่ผู้บริโภคจำต้อง “มีโลกทัศน์กว้างในการมองโลก” นักวิชาการที่พูดคำที่ไพเราะเสนาะหูที่มักอยู่ตามบนโทรทัศน์หนังสือพิมพ์ ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน อย่าตกหลุมพลางเชื่อได้อย่างง่ายๆ

9. เตรียมการผ่าตัด

ข้อควรรู้ก่อนผ่าตัด
1. ภายในสองสัปดาห์ก่อนทำการผ่าตัด ห้ามรับประทานยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะว่าแอสไพรินอาจจะทำให้ความสามารถในการแข็งตัวของเกล็ดเลือดลดลงได้
2. สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ตอนที่เข้ารับการรักษาครั้งแรกควรบอกถึงโรคประจำตัวของตนเองให้หมอได้ทราบก่อน เพื่อได้รับความมั่นใจจากแพทย์เกี่ยวกับรูปแบบการผ่าตัดที่ปลอดภัยสำหรับคุณ
3. ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้องมั่นใจก่อนว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคติดต่อหรือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
4. ระหว่างเข้ารับการผ่าตัด ห้ามแต่งหน้าหรือสวมเครื่องประดับ เป็นต้น
5. ถึงแม้การเป็นประจำเดือนระหว่างการผ่าตัดจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ก็อาจจะทำให้เกิดการเสียเลือดมากหรือเกิดอาการบวมที่ค่อนข้างมาก
6. ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้าและทางช่องปากจะต้องได้รับการรักษาให้หายก่อนการผ่าตัด
7. ผู้ที่มีประวัติได้รับการรักษาการถ่ายเลือดจะต้องทำการตรวจสอบเกล็ดเลือดและเวลาการไหลและแข็งตัวของเลือด
8. ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดที่ค่อนข้างมีอายุจะต้องได้รับการตรวจวัดความดันเลือดและการตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า ถ้าเป็นไม่มาก หลังการผ่าตัดก็จะได้รับยาในการรักษา
9. หากพบว่ามีการตั้งครรภ์3เดือนแรกหรือหลังจากนั้นจะมีการเลื่อนเวลาการผ่าตัดออกไป
10. ปกติแล้วระหว่างการผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดเพศชายจะเสียเลือดมากกว่าผู้หญิง เวลาของอาการบวมแผลนั้นจึงค่อนข้างนานกว่า


10. ดูแลรักษาหลังผ่าตัด

การศัลยกรรม 4 ประเภทที่ต้องดูแลรักษาหลังผ่าตัด
คุณรู้จักการศัลยกรรมพลาสติกมากน้อยเท่าไหร่? หลังการผ่าตัดศัลยกรรมสิ่งที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง? หลังการผ่าตัดศัลยกรรมในแต่ละจุดก็จะต้องระวังในจุดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงมีวิธีข้อควรระวังและการดูแลหลังการการผ่าตัดสี่จุดใหญ่ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

การดูแลหลังการผ่าตัดตาสองชั้น
  1. รักษารอยแผลให้มีความสะอาดอยู่เสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ในทางการแพทย์ปากแผลจะมีการยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆ เวลาล้างหน้าต้องระวังอย่าให้ปากแผลเปียก ถ้าปากแผล เลือดมีการตกสะเก็ดหรือขับออกมา ก็ให้ใช้น้ำเกลือหรือว่าเอทิลแอลกอฮอล์ล้างแผลแทน
  2. การป้องกันและรักษาปากแผลผ่าตัดมีเลือดไหล เลือดคั่งหรือเลือดห้อ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดให้ประคบด้วยของเย็น เมื่ออาการบวมลดลงแล้ว 48 ชั่วโมงก็ให้ประคบด้วยความร้อน แต่อุณหภูมิจะต้องไม่สูงเกินไป และหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ต้องระวังไม่ให้ตาถูกกระแทกหรือชน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆหรือการเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้ปากแผลมีเลือดไหล เลือดคั่งและเลือดห้อได้
  3. ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนดีที่สุดในตอนพักผ่อน (ให้เอาหมอนหนุนสูง) หลีกเลี่ยงการใช้ดวงตามากเกินไปหรือนอนหนุนหัวให้ต่ำเพราะจะทำให้แฟลเกิดอาการบวมได้

การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

  1. แผลหลังการผ่าตัด การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะและไม่พันแผลจะช่วยให้การซึมของเลือดน้อยลงได้ อาจจะใช้สำลีสะอาดเช็ดเบาๆ อย่าเอาสิ่งของที่ไม่สะอาดมาสัมผัสกับแผล หลีกเลี่ยงสิ่งสกปรกต่างๆ ปากแผลจะสมานเพื่อป้องกันการติดเชื้อภายใน 3-5 วัน นำไหมออกใน 6-7 วันหลังการผ่าตัด
  2. ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนหลังการผ่าตัดมีผลดีต่อการไหลเวียนของเลือด งดอาหารมัน หลังการผ่าตัด 1-2 ชั่วโมงแผลจะเริ่มบวม ประมาณ 24 ชั่วโมงแผลจะบวมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมงอาการก็จะหยุดลง 72 ชั่วโมงแผลที่บวมจะค่อยๆ ยุบลงไปจนกระทั่งหายเป็นปกติ โดยทั่วไปประมาณ 10 วันจมูกก็จะค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น การฟื้นฟูจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยเวลาทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์จมูกจึงจะเข้ารูปเหมือนปกติ  พยายามอย่ากดบริเวณจมูก ช่วงเวลาในการฟื้นฟูอย่าให้อะไรไปกระแทกโดนบริเวณนั้น

 
การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  1. ผู้ป่วยหลังการผ่าตัดจะต้องนอนตะแคง และจะต้องถูกจำกัดกิจกรรมบริเวณช่วงแขนบนเป็นเวลา 10-14 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนตัวของซิลีโคน หลังการผ่าตัด 48 ชั่วโมงถอนไหมออกและตรวจสอบปากแผลและตำแหน่งซิลิโคนบนเต้านม ถ้าหากพบว่าซิลิโคนมีการเคลื่อนตัวหรือเต้านมทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ก็จะทำการแก้ไขผ่าตัดโดยใช้การปิดแผลโดยการใช้แรงกด
  2. หลังการผ่าตัดต้องใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของหมอ ต้องคอยสังเกตแผล หากมีการติดเชื้อที่รุนแรง จะต้องมีการผ่าตัดแยกหลังจากการผ่าตัดเอาซิลิโคนออกแล้ว
  3. 7 วันหลังการผ่าตัดเอาไหมออก หลังจากเอาไหมออกคนไข้จะต้องสวมเสื้อรัดรูป สวมใส่เสื้อชั้นในตามรูปทรง หยุดใส่เสื้อชั้นในตามปกติที่เคยใส่ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนรูปร่างของซิลิโคน ภายใน1เดือนหยุดการออกกำลังกายที่หนักหรือใช้แรงที่มากเกินไป
  4. หลังเอาไหมออกให้ทำการนวดเต้านมตามบาดแผลที่หายสนิท สามารถค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักในการนวดได้ หลังการผ่าตัดในช่วงแรกๆ การนวดบริเวณเต้านมอาจจะมีเจ็บบ้างเล็กน้อย อย่าเลิกนวดเพราะว่าเจ็บ หลังจากหนึ่งเดือนหลังการผ่าตัด ให้ออกกำลังกายที่เกี่ยวกับบริเวณหน้าอก ช่วงแขน  และกิจกรรมช่วงอกเช่น การหายใจเข้าออกลึกๆเป็นต้น ทำเรื่อยๆอย่างนี้จนถึง 6 เดือนขึ้นไป กิจกรรมข้างต้นสามารถช่วยลดอาการกล้ามเนื้อลีบได้ ลดการเกิดก้อนแข็งที่เต้านม 

การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดดูดไขมัน

  1. หลังการทำให้รีบใส่ผ้ารัดเอวหรือผ้ายืดพันเอวพันทันทีสามารถช่วยลดอาการห้อเลือดหลังการผ่าตัดได้ สวมใส่อย่างน้อย 3-6 เดือน ก่อนเอาไหมออกลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำ
  2. อาจมีอาการบวมหรือเจ็บในช่วงแรกๆ เป็นเรื่องปกติ อาจยังมีอาการเลือดคั่งหรือรอยฟกช้ำได้อีกด้วย  อันเนื่องมาจากการที่มีการขัดขวางการไหลเวียนกลับของเลือดดำ รอยฟกช้ำส่วนใหญ่จะค่อยๆหายไปเอง ให้รับประทานยาแก้บวมในหนึ่งสัปดาห์ ในช่วงเวลานี้ให้พักผ่อนมากๆ และหลีกเลี่ยงการทำให้เลือดออกเป็นดีที่สุด
  3. หลังการผ่าตัดจะรู้สึกได้ว่าผิวหมองๆ นี่ก็เป็นเพราะว่าในช่วงที่ดูดไขมันอาจจะไปทำลายปลายประสาทการรับรู้ของผิวหนังได้ ประมาณ 3-6 เดือนจะค่อยๆ ฟื้นฟู
  4. ผิวไม่เรียบเนียน สามารถนวดบริเวณนั้นบ่อยๆ จะทำให้ผิวบริเวณที่ทำการดูดไขมันค่อยๆกลับมาเรียบเนียน ประมาณ 6 เดือนก็จะกลับมาเป็นปกติ หากไม่มีการฟื้นฟูก็ให้ไปพบแพทย์ขอคำปรึกษา


11. เที่ยวชมและช็อปปิ้ง

Surgery Design ได้พันธมิตรทางธุรกิจคือ Charm tour ซึ่งจะมาคอยให้บริการ
และอำนวยความสะดวก เกี่ยวกับการเดินทาง ไปทัวร์ศัลยกรรมเกาหลี ให้กับลูกค้า Surgery Design โดยเฉพาะ ลูกค้าจะได้รับแพคเกจ การท่องเที่ยวเกาหลี แบบพิเศษสุดๆ ด้วยประสบการณ์ ทำทัวร์มากว่า 10 ปี



12. ติดตามผลหลังผ่าตัด

Surgery Design จะคอยติดต่อไปยังท่าน เมื่อเดินทางกลับมาจากเกาหลีแล้ว เรามี Office ตั้งอยู่ที่ "กังนัมคลินิก" สยามสแควร์ ท่านสามารถ เข้ามารับทรีทเม้นท์ ได้ฟรีถึง 3 ครั้ง หลังจากบินกลับมาจากทัวร์ศัลยกรรมที่เกาหลีเรียบร้อยแล้ว Surgery Design มีแพทย์เฉพาะทาง ที่ผ่านการรับรองโดยแพทยสภา มาคอยดูแลและให้คำปรึกษากับท่านในการให้บริการทุกขั้นตอน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ 100% ในทุกๆ ครั้งที่ท่านเข้ามาใช้บริการกับ Surgery Design


EYES:
NOSE: 
FACE:
CHEST:
BODY:
SKIN:

© 2013 Surgerydesign.com  All Rights Reserved.
Facebook